ฮาน กวาง-ซง

โสมแดงต้องจารึกชื่อของ ฮาน กวาง ซง

ฮาน กวาง-ซง เจ้าของฉายาโรนัลโดของเกาหลีเหนือ ดาวยิงวัย 18 ปี ของ กายารี เป็นตำนานหน้าใหม่ของ นักเตะชาวเกาหลีเหนือคนแรกที่เหยียบผืนหญ้าในเวที กัลโช เซเรีย อา  ประเทศ อินตาลี โรนัลโดเกาหลีเหนือ เพิ่งย้ายมาเล่นกับกายารีชุดยู-19แบบไร้ค่าตัว เมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ล่าสุดเขาถูกดันขึ้นสู่ทีมชุดใหญ่ของทีมในเกมบุกพิชิตปาแลร์โม 1-3 เมื่อคืนนี้ หลังมีชื่ออยู่บนม้านั่งสำรองพร้อมถูกส่งลงเล่นแทน มาร์โก ซาอู ในช่วง 5 นาทีสุดท้ายของเกม

              ฮาน กวาง-ซง หรือ โรนัลโดเกาหลีเหนือ เป็นชาวกรุงเปียงยางเมืองหลวงของประเทศเกาหลีเหนือโดยเขาสูง 178 เซนติเมตรเล่นได้ทั้งหน้าเป้าและหน้าต่ำรวมถึงถนัดใช้เท้าทั้งสองข้างถือว่ามีความสามารถจนไปถูตาถูกใจมัสซิโม่ ราสเตลลี่กุนซือกาญารี่

โดยกุนซือชาวเกาะยังให้สัมภาษณ์อีกว่า

 

“เขาเป็นนักเตะที่น่าสนใจสุดๆ”

 

“เขามีฝีเท้ายอดเยี่ยม เร็วมาก พอ(มาร์โก) เซาเริ่มล้าและเราขาดกองหน้าผมเลยตัดสินใจส่งเขาลงไปและเขาก็ทำประโยชน์”

 

“เขาต้องการเวลาเพื่อให้ค่อยๆเติบโต ฮันสร้างความประทับใจอย่างแรงกล้าแก่เราได้จริงๆโดยเฉพาะที่เวียเรจโจ้ เขากระหายที่จะทำให้ได้และเตรียมที่จะได้รับโอกาสในช่วงระหว่างตอนนี้ถึงจบฤดูกาล เขาจะได้ลงเล่นและผมเชื่อว่าเขาจะทำให้เราพอใจได้เป็นอย่างมาก”


              นักเตะหนุ่มชาวเกาหลีเหนือคนนี้เคยเล่นให้กับทีมชาติมาแล้วในศึกฟุตบอลโลกของรุ่นอายุไม่เกิน 17 ปีและด้วยฟอร์มที่โดดเด่นทำให้ไปเตะตา มัสสิโม รัสเตลลี กุนซือ ของ กายาร ก่อนจะเซ็นสัญญาอย่างเป็นทางการเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา
             ฮาน กวาง-ซง  คือหนึ่งในสมาชิกของทีมชาติเกาหลีเหนือชุดลุยศึกฟุตบอลโลกรุ่นชุดยู-17 เมื่อปี 2015 โดยเขานำบ้านเกิดผ่านเข้าถึงรอบ 16 ทีมสุดท้าย ก่อนพ่ายต่อเบลเยียม 0-2

           ทั้งนี้วงการลูกหนังของเกาหลีเหนือมีพัฒนาการที่ดีขึ้นเรื่อยถึงแม้จะเป็นประเทศปิดก็ตามแต่ทีมชาติเกาหลีเหนือก็ได้ทำงานดีที่สุดคือการเข้ารอบรองชนะเลิศของฟุตบอลโลก 1966 โดยชนะอิตาลีอย่างเหนือความคาดหมาย 1-0 กลายเป็นทีมจากเอเซียทีมแรกที่ผ่านถึงรอบก่อนรองชนะเลิศ  ทั้งนี้ระบบลีกฟุตบอลของเกาหลีเหนือ ระบบที่มีการเปิดเผยนี่ มีมาตั้งแต่ปี 1980 ได้แบ่งทีมเป็น คลาสๆ คือ คลาสเอ คลาสบี และ คลาสซี  3 ดิวิชั่น และเนื่องจากการที่ที่ไม่เต็มใจจะเปลี่ยนระบบฟุตบอลอาชีพให้เหมือนที่อื่นในโลกเกี่ยวกับการย้ายโอนนักเตะ เนื่องจากเรื่องของการเมืองของประเทศ

สนับสนุนโดย: Bansoccer เว็บไซต์ บ้านผลบอล อันดับ 1 ของประเทศไทย

โธมัส มุลเลอร์ นักเตะแนวรุกของเยอรมัน

สำหรับเเนวรุกอีกคนของเยอรมันในยุคนี้ที่มีชื่อเสียงอย่างมากทั้งจากฝีเท้าเเละฝีปากคงไม่มีใครเกิน โธมัส มึลเลอร์ ที่สร้างสรรค์เกมส์บุกได้อย่างน่ากลัวเป็นอย่างมาก เเละการขึ้นไปยิงประตูในหลายๆ จังหวะนั้นก็ยังตราตรึงใจใครหลายๆ คนได้เป็นอย่างดีเลยทีเดียว เเถมเป็นผู้เล่นเเผงมิดฟิลด์ที่มีคนต้องการตัวไปร่วมทีมด้วยมากที่สุดอีกคนหนึ่งของวงการฟุตบอลยุคนี้เลยทีเดียว

Thomas Muller นั้นเกิดในปี ค.ศ.1989 ในไวล์ไฮม์ เยอรมนีตะวันตก เป็นเด็กที่ค่อนข้างรูปร่างผอมเเต่ก็ยังมีใจรักในฟุตบอล เเละเริ่มการเป็นนักเตะเยาวชนกับ TSV P?hl ก่อนที่จะมาเข้าร่วมทีมเยาวชนกับ บาเยิร์น มิวนิค ในวัยเพียง 11 ปีเท่านั้น เเละเล่นอยู่ในทีมสำรองของสโมสรเป็นระยะไม่นาน ก็ถูกดันขึ้นสู่ทีมชุดใหญ่ในที่สุด เเละสามารถพัฒนาฝีเท้าขึ้นมาได้อย่างรวดเร็วพอๆ กับฝีปากที่ฉะฉานอย่างมาก จนเขากลายมาเป็นผู้เล่นเเกนหลักอีกคนของเสือใต้ในการประสบความสำเร็จได้ถ้วยรางวัลมากมายต่างๆ อย่างต่อเนื่อง ส่วนผลงานในทีมชาตินั้นเขาติดทีมชาติเยอรมันตั้งเเต่ชุดยู 16 จนก้าวขึ้นมาติดทีมชาติชุดใหญ่เเละพาเยอรมันเถลิงบังลังก์เเชมป์ได้สำเร็จเมื่อฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายที่บราซิลนั่นเอง

ลีลาการจ่ายบอลที่เเสนจะง่ายดาย ไม่ทำอะไรให้ยาก พร้อมสร้างโอกาสในการทำประตูให้กับทีมอยู่เสมอ ทำให้ โธมัส มึลเลอร์ เป็นนักเตะที่ทั้งเพื่อร่วมทีมสโมสรบาเยิร์น มิวนิค เเละทีมชาติเยอรมันต่างชื่นชอบ พอๆ กับที่ทั้งเเฟนบอลเเละสโมสรอื่นๆ ก็อยากคว้าตัวเขาไปร่วมทีมด้วยเช่นกัน

หลังจาก โธมัส มุลเลอร์ มิดฟิลด์ทีมชาติเยอรมัน คว้ารางวัลรองเท้าทองคำ (Golden Shoe) จากผลงานการทำสกอร์สูงสุดในการแข่งขันฟุตบอลโลก 2010 ที่ประเทศแอฟริกาใต้ และยังได้รับรางวัลนักเตะดาวรุ่งยอดเยี่ยม (Best Young Player) ที่อายุน้อยที่สุดของการแข่งขันไปครองด้วยนั้น ทำให้ชื่อของ โธมัส มุลเลอร์ ดังกระฉ่อนไปทั่วโลกในพริบตา

โธมัส มุลเลอร์ เป็น 1 ใน 4 นักเตะ ที่ทำสกอร์ได้ 5 ประตูเท่ากัน แต่เขาเหนือกว่านักเตะคนอื่น ตรงที่ช่วยผ่านบอลให้เพื่อนร่วมทีมยิงประตูได้ 3 ครั้ง ขณะที่นักเตะอีก 3 คน อย่าง ดิเอโก้ ฟอร์ลัน (อุรุกวัย) ดาบิด บีย่า (สเปน) และ เวสลี่ย์ สไนเดอร์ (ฮอลแลนด์) ช่วยผ่านบอลให้เพื่อนน้อยกว่า โธมัส มุลเลอร์   

โธมัส มุลเลอร์ ขึ้นชื่อเรื่องความเร็ว เป็นทั้งมิดฟิลด์ที่มีพรสวรรค์ด้านเทคนิคไม่เป็นรองใคร และเป็นศูนย์หน้าที่สามารถยิงประตูก็ได้ และจ่ายบอลให้เพื่อนทำประตูก็ได้เช่นกัน ก่อนหน้าการแข่งขันฟุตบอลโลก 2010 เขามีค่าตัวประมาณ 10 ล้านยูโร แต่หลังจากสร้างผลงานได้ยอดเยี่ยม ที่ประเทศแอฟริกาใต้แล้ว คาดว่าค่าตัวของเขาจะพุ่งสูงขึ้นเป็น 3 เท่าเลยทีเดียว

สนับสนุนโดย: Ballniyom เว็บไซต์แทงบอลออนไลน์ อันดับ 1 ของประเทศไทย

โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด

โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ความยิ่งใหญ่ของปีศาจแดง

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เป็นสโมสรที่มีชื่อเสียงมาอย่างยาวนานบนเกาะอังกฤษ และในระดับโลก สนามของพวกเขาก็เช่นเดียวกัน มันมีความเป็นมาที่น่าสนใจและยิ่งใหญ่ไม่แพ้สโมสรเลยทีเดียว มารู้จักกับสนามฟุตบอลที่ยิ่งใหญ่ และจุคนได้มากที่สุดกว่าสโมสรฟุตบอลๆอื่นๆ ของเกาะอังกฤษกันดีกว่า

บริษัทแมนเชสเตอร์ บริวเวอรี่ โดยจอห์น เฮนรี่ เดวี่ส์ เป็นผู้ซื้อพื้นที่แห่งหนึ่ง และทำการสร้างเป็นสนามฟุตบอลด้วยจำนวนเงินหกหมื่นปอนด์ หลังจากนั้นก็ปล่อยให้สโมสรแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดเป็นผู้เช่า โดยก่อนหน้านั้นทางสโมสรได้ใช้สนามเดิมที่มีชื่อว่าแบงค์สตรีท ก่อนจะย้ายเข้ามาอยู่ที่สนามแห่งใหม่นี้

ครั้งแรกของโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด

ในช่วงแรกนั้น สนามแห่งนี้ยังเป็นแบบยืนเชียร์อยู่ แต่ก็เป็นความภาคภูมิใจ และมอบความสุขให้กับบรรดาแฟนได้เป็นอย่างดี และวันที่ 19 กุมภาพันธ์ ค.ศ.1910 เป็นการเปิดบ้านต้อนรับคู่ปรับตลอดการอย่างลิเวอร์พูล แต่เป็นครั้งแรกของสนามแห่งนี้เช่นกันที่พบกับความพ่ายแพ้ แต่ถึงอย่างไรก็ตามสนามแห่งนี้ก็ถือได้ว่ามีความทันสมัย และสะดวกสบายมากที่สุดในยุคนั้นเลยทีเดียว ทั้งจำนวนที่นั่ง เก้าอี้พับเก็บได้ คนบริการบอกที่นั่ง ห้องจิบน้ำชา ห้องเล่นเกม โรงยิม รวมถึงยังมีอ่างอาบน้ำสำหรับนักฟุตบอล เรียกได้ว่ามีครบแทบทุกอย่าง และหรูหราเป็นอย่างมาก

ต่อมาได้เกิดสงครามโลกครั้งที่สองขึ้น ทุกๆอย่างต้องหยุดชะงักลง รวมถึงการแข่งขันฟุตบอลด้วย ทำให้สนามแห่งนี้หยุดการรองรับผู้คนที่เข้ามาชมเกมเป็นเวลานานกว่า 10 ปี ความเลวร้ายของสงครามโลกทำให้สนามโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด พังลงในพริบตา เพราะเหตุการณ์ทิ้งระเบิดบริเวณนิคมอตสาหกรรม ที่ชื่อว่า แทร็ฟฟอร์ดพาร์ค

สนามแห่งนี้ก็โดนลูกหลงไปด้วยเช่นกัน ทุกอย่างพังพินาศจากระเบิด ในวันที่ 11 มีนาคม ค.ศ. 1941 ต่อมาเมื่อเหตุการณ์สงบลง สโมสรได้รับเงินช่วยเหลือจากรัฐบาลอังกฤษ เพื่อนำไปฟื้นฟูสนามแห่งนี้ขึ้นมาใหม่ และในระหว่างการปรับปรุงสนามดำเนินไปนั้น ทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดต้องไปใช้สนามของแมนเชสเตอร์ ซิตี้เป็นเวลา 4 ปีด้วยกัน

โอลด์ แทร็ฟฟอร์ดมาถึงยุคแห่งการปรับปรุงอีกครั้งใน ค.ศ.1992 เมื่อมีการนำเก้าอี้เข้ามาใช้ในการเชียร์เกมในสนาม และต่อมาก็กลายเป็นสนามที่ถูกบันทึกไว้ในประวัติศาสตร์ ว่าเป็นสนามแห่งแรกที่มีที่นั่งทั้งหมดของสนามในปี ค.ศ.1994 แต่ด้วยความที่การติดตั้งที่นั่งนี้เองทำให้ความจุของคนดูลดลงไปเหลือเพียง 43,000 ที่นั่ง แต่ก็ได้มีการปรับปรุงเพิ่มเติมให้มีถึง 56,387 ที่นั่งด้วยกัน

โอลแทรฟฟอร์ด ณ ปัจจุบัน

สนามแห่งนี้ได้รับการกล่าวขานจากยูฟ่าว่า เป็นสนามฟุตบอลที่ดีที่สุดของอังกฤษ อีกทั้งยังเป็นสนามที่รองรับคนได้มากที่สุด รองรับเกมใหญ่ระดับโลกมาแล้วนับไม่ถ้วน และด้วยความต้องการของแฟนบอลที่เพิ่มมากขึ้นในทุกๆปี ทำให้ทางสโมสรต้องมีการปรับปรุงสนามให้มีความจุมากขึ้นไปอีก โดยปัจจุบันโอลด์แทรฟฟอร์ดมีความจุมากถึง 68,217 ที่นั่ง และในอนาคตนั้นยังมีโครงการจะปรับปรุงเพิ่มให้จุได้มากถึง 90,000 ที่นั่งเลยทีเดียว

สนับสนุนโดย: Bansoccer เว็บไซต์ บ้านผลบอล อันดับ 1 ของประเทศไทย

โอซิล

ใจไหม! “โอซิล” แนะปืนทุ่มซื้อตัวท็อป ถ้าอยากชูถ้วยพรีเมียร์ลีก+UCL

เมซุต โอซิล ยอดเพลย์เมคเกอร์ของทีม อาร์เซนอล กล่าวแสดงความเห็นที่บอร์ดบริหารรวมถึง อาร์เซน เวนเกอร์ ผู้เป็นกุนซือต้องสะดุ้ง ว่าในระหว่างที่สัญญาเหลืออยู่อีก 1 ปีนั้นอยากชูถ้วยแชมป์ใจจะขาด มิดฟิลด์ทีมชาติเยอรมนี บอกว่าขุมกำลังของทีมปืนใหญ่ ในตอนนี้ยังไม่แข็งแกร่งพอที่จะก้าวผ่านคู่แข่งไปสู่การเป็นแชมป์ ฉะนั้นแล้วเขาอาจจะยอมอยู่ต่อหาก สโมสรยอมทุ่มซื้อคนเก่ง ๆ เข้ามาเพื่อยกระดับทีม

สิ่งที่ผมคิดคือ พวกผู้ใหญ่รู้ดีว่าจะทำยังไงให้ทีมแข็งแกร่งขึ้น แต่สิ่งสำคัญที่สุดก็คือความเห็นของผู้จัดการทีม ซึ่งพวกเขาต้องร่วมกันตัดสินใจทำอะไรสักอย่างแล้วล่ะ” โอซิล กล่าว  

เมื่อคุณมองกลับมาที่ขุมกำลังของเรา มันไม่สามารถเทียบได้กับ บาเยิร์น มิวนิค หรือ เรอัล มาดริด เลย โดยเฉพาะในแชมเปียนส์ลีก ตอนเจอกับทีมใหญ่ ๆ ต้องยอมรับว่ายังแกร่งไม่พอ”   

ผมอยากจะชนะเลิศ แชมเปียนส์ลีก และพรีเมียร์ลีก ความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่เป็นเป้าหมายในชีวิตเสมอ และในฐานะนักเตะด้วยแล้ว ยิ่งอยากจะได้ทั้งหมดนั่นแหละไม่ว่าจะแชมป์ลีก หรือแชมป์ UCL”     

ตอนนี้ผมเหลือสัญญากับสโมสรอีกเพียงปีเดียว จึงหวังว่าจะได้ชูถ้วยพรีเมียร์ลีก และแชมเปียนส์ลีกนะ”

เมซุท เออซิล (เยอรมัน: Mesut Özil; เกิดเมื่อวันที่ 15 ตุลาคม ค.ศ. 1988 ที่เมืองเกลเซนเคียร์เชิน) เป็นนักฟุตบอลชาวเยอรมันเชื้อสายตุรกี[2] โดยเป็นที่รู้จักกันดีจากการแจ้งเกิดอย่างเต็มตัวในฐานะนักฟุตบอลทีมชาติเยอรมนีในการแข่งขันฟุตบอลโลก 2010 ที่แอฟริกาใต้ เออซิลเล่นให้กับแวร์เดอร์เบรเมินและทีมชาติเยอรมนี ต่อมาได้ย้ายไปเรอัลมาดริด และได้ย้ายมาอาร์เซนอลด้วยค่าตัวราว 42.5 ล้านปอนด์ในไม่กี่ชั่วโมงก่อนปิดการซื้อขายตัวนักฟุตบอล ในช่วงต้นฤดูกาล 2013–14 เออซิลเป็นผู้เล่นตัวทำเกมที่มากความสามารถ โดยยิงประตูให้เรอัลมาดริดถึง 74 ลูก ในปี 2010–13 โดยการย้ายมาอาร์เซนอลครั้งนี้ นับเป็นการทำสถิติการซื้อตัวนักฟุตบอลที่สูงสุดในประวัติศาสตร์ของอาร์เซนอล  ในยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก ฤดูกาล 2015–16 รอบแบ่งกลุ่ม อาร์เซนอลอยู่ในกลุ่มเอฟ และมีสถานการณ์บีบบังคับให้ต้องชนะบาเยิร์นมิวนิกให้ได้ที่สนามเอมิเรตส์ เนื่องจากอาร์เซนอลก่อนหน้านั้นแพ้มาแล้ว 2 นัด ยังไม่มีคะแนนเลย ขณะที่บาเยิร์นมิวนิกตั้งแต่เปิดฤดูกาลมายังไม่เคยแพ้ใคร ซ้ำยังเป็นผู้ชนะติดต่อกันรวด 12 นัดในทุกรายการ และผู้เล่นทุกคนเล่นได้อย่างโดดเด่นมาก โดยเฉพาะรอแบร์ต แลวันดอฟสกี กองหน้าของทีม ที่ยิงในบุนเดสลีกาได้ถึง 5 ลูกก่อนหน้านั้น แต่ในครั้งนี้ เออซิลสามารถยิงประตูได้ในช่วงทดเวลาบาดเจ็บนาทีที่ 4 ของครึ่งหลัง นับเป็นประตูที่ 2 จบการแข่งขันอาร์เซนอลชนะบาเยิร์นมิวนิกไป 2-0 ทำให้ยังมีโอกาสพลิกสถานการณ์เข้ารอบต่อไป และทำให้บาเยิร์นมิวนิกแพ้เป็นนัดแรกของฤดูกาลอีกด้วย

ในฤดูกาล 2015–16 เออซิลได้ทำสถิติใหม่ ด้วยเป็นผู้จ่ายส่งลูกบอลให้เพื่อนร่วมทีมทำประตูได้ในลีกมากที่สุด โดยลงเล่นทั้งหมด 57 นัดทำไป 21 การจ่ายส่ง คิดเป็นจ่าย 1 ประตูต่อ 2.71 นัด และยังทำสถิตินี้ติดต่อกันถึง 10 ครั้งด้วยกัน ชนิดที่ไม่มีผู้เล่นคนไหนทำได้มาก่อน[11] ทำลายสถิติเดิมของเอริก ก็องโตนา ของแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด ที่เคยทำไว้ที่ 1 ประตูต่อ 2.79 นัด

และเขาได้กล่าวทิ้งท้ายอีกว่า อนาคตของเขาทั้งหมด ขึ้นอยู่กับเวนเกอร์ เพียงคนเดียว

สนับสนุนโดย: Ballniyom เว็บไซต์ แทงบอลออนไลน์ อันดับ 1 ของประเทศไทย